รสนา โตสิตระกูล อดีต สว. ออกโรงเรียกร้องรัฐบาลเร่งปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก หลังสัญญาณความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านคลี่คลายลง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวลดลงสู่ระดับปกติที่ 73.19 เหรียญต่อบาร์เรล
เจาะลึก 3 ปมปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันไทย:
1) ค่าการกลั่นและค่าพรีเมี่ยมส่วนเกิน: การปล่อยให้โรงกลั่นโก่งราคาโดยไม่มีกฎหมายภาษีลาภลอย (Windfall Tax) มารองรับ ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงเกินจริง
2) กองทุนน้ำมันที่บิดเบือน: กลายเป็นเครื่องมืออุดหนุนราคาพลังงานทางเลือกที่มีราคาสูงแต่แรก นำไปสู่การก่อหนี้ผูกพันระยะยาวให้กับคนไทย
3) ภาษีสรรพสามิต: กระทรวงการคลังยังคงมุ่งเน้นจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมาย แม้ในยามวิกฤตที่ต้นทุนค่าครองชีพประชาชนพุ่งสูง
ข้อเสนอแนะของรสนาคือ การหยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราว ควบคุมค่าการตลาดไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร และลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยให้เบนซินและแก๊สโซฮอล์ลดราคาลงมาเหลือเพียง 30 บาทต้นๆ ได้ทันที โดยทิ้งท้ายเตือนรัฐบาลว่า อย่าลดราคาแบบ 'ฉี่ไม่สุด' แต่ควรสะท้อนราคาตลาดโลกอย่างแท้จริงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
สรุปประเด็นสำคัญ:
รสนา โตสิตระกูล เรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันตามกลไกตลาดโลกอย่างเป็นธรรม หลังสถานการณ์โลกผ่อนคลาย
โดยเสนอให้หยุดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ควบคุมค่าการตลาด และลดภาษีสรรพสามิต เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างสุดซอย

