เปิดกลยุทธ์การทูตไทยบนเวทีโลก จากกรณีที่กัมพูชาพยายามเดินเกมรุกด้วยการดึงข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเข้าสู่กระบวนการ 'ประนอมภาคบังคับ' ตามอนุสัญญา UNCLOS จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ไทยเพิกเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าว
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลับเลือกใช้วิธีที่แยบยลกว่านั้น โดยการส่งทีมที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศที่กรุงปารีสเข้าประกบติดทุกฝีก้าว การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่การยอมรับกติกาของฝ่ายกัมพูชา แต่คือการ 'คุมเกม' เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายผูกขาดการสร้างเรื่องเล่าหรือชี้นำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติเพียงฝ่ายเดียว
ในโลกการทูตสมัยใหม่ การอยู่นิ่งเฉยอาจหมายถึงการเสียเปรียบเชิงข้อมูล การลุกขึ้นมาเผชิญหน้าบนเวทีเดียวกันจึงเป็นการสกัดกั้นข่าวลือและชี้แจงข้อเท็จจริงในระดับสากล นับเป็นเหลี่ยมการทูตชั้นครูที่มองการณ์ไกลกว่ากระแสวิจารณ์ในประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และเกียรติภูมิของชาติอย่างเหนือชั้น
สรุปประเด็นสำคัญ:
ไทยเลือกแก้เกมกัมพูชาในปมพื้นที่ทับซ้อนด้วยการส่งทีมกฎหมายเข้าประกบแทนการวางเฉย เพื่อสกัดกั้นการสร้างภาพลักษณ์ด้านลบในเวทีโลก ถือเป็นการเดินหมากการทูตเชิงรุกที่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างทันท่วงที

