ไข้เลือดออกห่างไกลด้วยเคล็ดลับป้องกันง่ายๆ ที่คุณต้องรู้!

โรคไข้เลือดออกนับว่าเป็นโรคสุดฮิตที่มักจะมาพร้อมกับหน้าฝน ที่มีพาหะสำคัญมาจากยุงลาย โดยเฉพาะหน้าฝนที่มีน้ำขังตามบริเวณต่างๆ ยิ่งทำให้ยุงเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โอกาสในการแพร่ระบาดจึงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาการแรกเริ่มของโรคไข้เลือดออกแทบจะเหมือนไข้หวัดทั่วไปจนทำให้แยกอาการได้ยาก แต่โรคนี้หากมีอาการรุนแรงสามารถส่งผลถึงชีวิตได้เช่นกัน การเฝ้าระวังและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อหาแนวทางในการรับมือและป้องกันได้อย่างถูกต้อง

Q : สาเหตุของโรคไข้เลือดออกมาจากอะไร ?

: โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue  Virus) มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์  ติดต่อโดยมียุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค โดยการติดเชื้อไวรัสเกิดจากยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดของผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกก่อน หลังจากนั้นยุงลายตัวเดิมบินไปกัดคนที่อยู่ในระยะทางไม่เกิน 400 เมตร เชื้อดังกล่าวก็จะแพร่เข้าสู่คนที่ถูกกัดได้ทันที ซึ่งเชื้อไวรัสเดงกีมีระยะฟักตัวในคน ประมาณ 3-14 วัน

Q : อาการของโรคไข้เลือดออกมีอะไรบ้าง ?

A : 1. ไข้สูงเกิน 38-40 องศาเซลเซียส 

      2. อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ปวดท้อง

      3. มีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา

      4. คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร 

      5. ถ้ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ อาการมักจะรุนแรงกว่าคนที่ไม่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ 

      6. อาจมีอาการช็อกตามมาหากอาการรุนแรงมาก 

ทั้งอาการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการและในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะอาการหนัก-เบาต่างกันได้ 

Q : มีวิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกไหม ?

A : ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาไหนที่สามารถจำกัดเชื้อไวรัสเดงกีได้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะฆ่าเชื้อเอง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก และป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัด รวมกับทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

Q : การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ฉีดแล้วดีอย่างไร ?

: การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์ได้ถึง 80.2% ซึ่งจะช่วยลดการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 90.4% อีกทั้งก่อนฉีดไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันและสามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยเป็นและไม่เคยเป็นโรคไข้เลือดออกมาก่อนได้อีกด้วย

Q : โรคไข้เลือดออกมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?

A : แม้จะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแต่ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อได้ จึงควรรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นและเฝ้าระวัง อาการไข้เลือดออกแบบรุนแรง

Q : โรคไข้เลือดออกมีอาการแบบไหนถึงเรียกว่าอยู่ในระดับรุนแรง

A : มีเกล็ดเลือดต่ำ อาการเลือดออกรุนแรง เลือดกำเดาไหลออกหรือเลือดออกตามไรฟัน และมีการถ่ายอุจจาระดำเนื่องจากเลือดออก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อกตามมาได้  ภาวะช็อกจากไข้เลือดออกเกิดจากเกิดจากการที่สารน้ำในหลอดเลือดรั่วออกไปนอกหลอดเลือด สามารถทำให้ความดันโลหิตต่ำ จนทําให้เกิดภาวะล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะไตและตับ ซึ่งส่งผลรุนแรงถึงขั้นทําให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ 

Q : โรคไข้เลือดออกเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่ ?

A : สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดซ้ำได้หลายครั้ง และยังมีถึง 4 ชนิดด้วยกัน เมื่อติดเชื้อสายพันธุ์ใดแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นไปตลอด แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นเพียงชั่วคราว

Q : อาการไข้เลือดออกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร ?

A : อาการไข้เลือดออกจะมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือหน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา อาจมีจุดเล็กๆ ตามแขนขา แต่มักจะไม่มีอาการไอและน้ำมูก

Q : ผู้ป่วยไข้เลือดออกสามารถซื้อยาแก้ปวดรับประทานเองได้หรือไม่ ?

: หากเป็นพาราเซตามอลสามารถรับประทานเพื่อแก้ปวด ลดไข้ได้ แต่ไม่ควรซื้อยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน (Aspirin) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) มารับประทานเองเพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายมากขึ้น 

โรคไข้เลือดออกนับว่าเป็นภัยอันตรายที่น่ากังวลเพราะอาการสามารถเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อ นอกจากจะต้องหมั่นสังเกตและดูแลอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดแล้ว การให้ความสำคัญกับการจัดเก็บบริเวณบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำขังทั้งภายในและภายนอกบ้าน ควรคว่ำภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำทิ้งเสียและจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทางเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากยุงลายอันเป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก รวมถึงหาแนวทางกำจัดยุงลายให้ออกไปจากบริเวณบ้านก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้มากยิ่งขึ้น   

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3  โรงพยาบาลวิมุต 
เวลาทำการ 08.00 - 20.00 น. โทร. 0-2079-0030
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยเคล็ดลับสุขภาพสุดปัง

รู้หรือไม่? วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งในวัคซีนที่แนะนำว่าควรเข้ารับการฉีดเป็นประจำทุกปี เพราะโรคไข้หวัดใหญ่ที่มักระบาดในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว สร้างความเจ็บป่วยโดยทำให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก ปวดเมื่อยตามตัวและอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ที่ฟังดูเหมือนจะไม่น่ากลัวหากเปรียบเทียบกับโรคอื่นๆ แต่สำหรับคนที่มีร่างกายอ่อนแอ มีโรคประจำตัว เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงต่อชีวิตกับโรคแทรกซ้อนที่พ่วงมาขณะป่วยได้ ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนที่กำลังสนใจเข้ารับการฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ แต่กังวลว่าจะอันตรายไหม ต้องเลือกฉีดกี่สายพันธุ์ ผลข้างเคียงหลังฉีด หรือสิ่งที่ต้องระวังมีอะไรบ้างเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม เราได้ลิสต์คำถามที่พบบ่อยเพื่อคลายข้อสงสัยมาให้แล้ว

ตอบทุกข้อสงสัย ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี ?

1.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้จริงไหม ฉีดแล้วปลอดภัยไหม

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั้ง 3 สายพันธุ์ หรือ 4 สายพันธุ์นั้น ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด หลังการฉีดบางคนสามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ แต่การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยให้ลดน้อยลงได้ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้เสี่ยงต่อชีวิตได้ในเด็กและผู้สูงวัย อีกทั้งการฉีดวัคซีนนี้ยังปลอดภัยกับทุกวัย เพราะเป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย หรือส่วนประกอบจากเชื้อโรคที่ผ่านกระบวนการทางวิศวพันธุศาสตร์แล้ว จึงปลอดภัยกับทุกคน

2.ความแตกต่างของ 3 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์ ต่างกันอย่างไรบ้าง

สำหรับความแตกต่างของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธ์ุ และ 4 สายพันธุ์ นั้นแตกต่างกันในแง่ของการป้องกันที่ครอบคลุมสายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่นั่นเอง

3.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดกี่เข็ม และควรฉีดเมื่อไหร่

สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน และควรฉีดเป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยช่วงเวลาที่ควรฉีดคือช่วงก่อนฤดูฝน (เดือนมีนาคม-เมษายน) เพราะช่วงฤดูฝนและต้นฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ การฉีดวัคซีนก่อนจะเป็นการกระตุ้นภูมิให้พร้อมป้องกันโรคนั่นเอง

4.กลุ่มคนที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีใครบ้าง

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรง แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี ได้แก่

5.คนที่ห้ามฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่คือกลุ่มไหน และอาการที่ยังไม่ควรฉีดวัคซีน

แม้ว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะเป็นเชื้อตายที่มีความปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อห้ามและไม่แนะนำให้เข้ารับวัคซีน โดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน กลุ่มคนที่มีประวัติแพ้ไข่แบบรุนแรง (Anaphylaxis) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน  หรือแพ้ส่วนประกอบในวัคซีน รวมถึงคนที่เป็นไข้หวัดและยังมีไข้อยู่ สำหรับกลุ่มนี้แนะนำให้รักษาไข้หวัดให้หายก่อนแล้วจึงเข้ารับวัคซีน

6.อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีอะไรบ้าง

หลังการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ บางรายอาจมีอาการข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้ดังนี้

7.หลังฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการรับวัคซีนอาจมีอาการข้างเคียงได้ดังที่บอกไปข้างต้น ซึ่งอาการเหล่านั้นไม่เป็นอันตราย แต่ควรดูแลตัวเองตามที่ได้แนะนำไป รวมถึงควรงดใช้แรงแขนข้างที่ฉีดวัคซีน สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นประจำยังสามารถออกกำลังกายได้ปกติแต่ไม่ควรหักโหม แนะนำให้เลี่ยงการยกเวทหรือใช้กำลังแขนข้างที่ฉีดไปก่อน 5-7 วัน

8.การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังจำเป็นอยู่หรือไม่

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นวัคซีนที่จำเป็นและแนะนำให้เข้ารับการฉีดเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง  เพราะเชื้อโรค หรือแม้แต่เชื้อไข้หวัดใหญ่เองก็ตาม มีการพัฒนาตัวเองให้ดื้อต่อวัคซีนเรื่อยๆ การเข้ารับวัคซีนเป็นประจำทุกปีจะทำให้เราได้รับการอัปเกรดการป้องกันจากเชื้อโรคที่ได้รับการพัฒนา เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้ดีขึ้นนั่นเอง

9.วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดก่อนหรือหลังวัคซีนโควิด และควรเว้นห่างเท่าไหร่

ไม่จำเป็นต้องเว้นระยะห่าง สามารถฉีดพร้อมกันได้ในวันเดียว
เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันและลดความเจ็บป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่ ด้วยโปรแกรมแพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ในราคาพิเศษ จากโรงพยาบาลวิมุต

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นหนึ่งวิธีการป้องกันและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย รวมถึงลดความรุนแรงของโรคและค่าใช้จ่ายหากต้องเข้ารับการรักษา สำหรับใครที่กำลังมองหาแพ็กเกจฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่โรงพยาบาลวิมุตเราพร้อมให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ ที่ครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ A และ B สำหรับเด็กและผู้ใหญ่อย่างครบครัน ในบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

หมายเหตุ ราคาแพ็กเกจนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชันในแต่ละเดือน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ศูนย์วัคซีน ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

เวลา 07.00-20.00 น. โทร. 0-2079-0030

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์ได้

เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงที่ โรงพยาบาลวิมุต แหล่งรวมบริการครบวงจรในไทย

โรงพยาบาลวิมุต เป็นโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงในการให้บริการทางการแพทย์ ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายและสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีเป้าหมายในการให้บริการสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยทุกคน ด้วยการดูแลที่ครอบคลุมและทันสมัย โรงพยาบาลวิมุต เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง พ้นทุกข์จากการเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เราจึงรวบรวมทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ทันสมัยไว้ที่เดียว ให้ทุกการวินิจฉัยทำได้อย่างแม่นยำและตรงจุด เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ด้วยมาตรฐานใหม่ที่เป็น “อีกระดับของการรักษาด้วยความใส่ใจ”

โรงพยาบาลวิมุต เป็นโรงพยาบาลในเครือ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) ที่มีจุดมุ่งหมายองค์กร “ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต อยู่ดี มีสุข” โดยเรามุ่งมั่นใส่ใจที่จะส่งมอบสิ่งที่จะช่วยรังสรรค์ความเป็นอยู่ที่ดี เติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยความสุข และพร้อมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ตั้งบนทำเลใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร บนพื้นที่ 4 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน ใกล้สี่แยกสะพานควาย

โรงพยาบาลวิมุต เป็นสถานพยาบาลระดับ Tertiary Care ขนาด 236 เตียง 18 ชั้น โดยออกแบบสอดคล้องตามมาตรฐานสากล JCI ตั้งแต่เริ่มต้นเน้นให้การรักษาด้านหัวใจและหลอดเลือด สมอง เบาหวาน กระดูกและข้อ ทางเดินอาหารและตับ และกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs (Non-Communicable Diseases) รวมทั้งบริการทางด้านการแพทย์ Geriatric Center เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ Transitional Care เตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน ทำให้การดูแลครบวงจร ทั้งบริการ Health to Home เพื่อความสะดวกรวดเร็วและทันสมัยในการรับบริการด้วย VIMUT Application เช็กประวัติการรักษาแบบส่วนตัวหรือดูตารางนัดหมายแพทย์ ทำนัดด้วยตัวเอง บริการ Tele Medicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ และ ViMUT Drug Delivery บริการส่งยาและฉีดวัคซีนถึงบ้าน

บริการทางการแพทย์ที่ครบวงจร

1. แผนกผู้ป่วยนอก (OPD)

แผนกผู้ป่วยนอกให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทาง ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่แม่นยำ

2. แผนกฉุกเฉิน (ER)

แผนกฉุกเฉินให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินและอุบัติเหตุทุกรูปแบบ

3. แผนกผู้ป่วยใน (IPD)

แผนกผู้ป่วยในมีห้องพักผู้ป่วยที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัว รวมถึงบริการพยาบาลที่ใส่ใจและเอาใจใส่ในการดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง

4. แผนกศัลยกรรม

โรงพยาบาลวิมุตมีแผนกศัลยกรรมที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ และศัลยกรรมเฉพาะทางอื่น ๆ โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5. แผนกกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพ

แผนกกายภาพบำบัดให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวหรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด

เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

โรงพยาบาลวิมุตมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในการรักษาและวินิจฉัยโรค เช่น เครื่องสแกน MRI, CT Scan, และเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ : ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลวิมุตประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ที่มีประสบการณ์และความรู้ความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานที่สูงที่สุด

บริการที่มุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง : โรงพยาบาลวิมุตให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการดูแลที่ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

โรงพยาบาลวิมุตเป็นสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงในการให้บริการทางการแพทย์ ด้วยการดูแลที่ครอบคลุมและทันสมัย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย โรงพยาบาลวิมุตมุ่งมั่นที่จะเป็นที่พึ่งทางสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยทุกคน

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก : https://www.vimut.com/