จากกรณีสะเทือนวงการการบิน เมื่อแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยถูกจับกุม ณ สนามบินเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนล็อตใหญ่ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและขั้นตอนการตรวจสอบสัมภาระของลูกเรืออย่างหนาแน่น
ล่าสุด อดีตลูกเรืออย่าง ไก่ ภาษิต และ ตูน ปรินดา ได้ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านรายการ โดยระบุว่าในอดีตกระบวนการโหลดกระเป๋าของลูกเรือจะแยกส่วนกับผู้โดยสารโดยสิ้นเชิง แต่ปัจจุบันระบบได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยลูกเรือต้องมาโหลดกระเป๋า ณ อาคารผู้โดยสารหลัก เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวทั่วไป อีกทั้งยังต้องผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์และสายพานชุดเดียวกันกับผู้โดยสารทุกประการ
นอกจากนี้ ในส่วนของกระเป๋าติดตัวขึ้นเครื่อง ลูกเรือจะต้องผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเช่นเดียวกับผู้โดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง แม้จะมีการแยกเลนพิเศษสำหรับลูกเรือโดยเฉพาะ แต่จุดตรวจเช็คสัมภาระก็ยังคงเป็นจุดเดียวกันและใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดไม่ต่างกัน ซึ่งประเด็นนี้กำลังเป็นที่จับตามองว่าจะเป็นช่องโหว่ที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสใช้ประโยชน์หรือไม่
สรุปประเด็นสำคัญ:
กระบวนการตรวจสอบสัมภาระลูกเรือในปัจจุบันถูกปรับให้ใช้มาตรฐานเดียวกับผู้โดยสารทั่วไป ทั้งการโหลดกระเป๋าใหญ่และการสแกนกระเป๋าติดตัวขึ้นเครื่อง ท่ามกลางกระแสสังคมที่ตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเหตุการณ์แอร์สาวขนยาเสพติดที่เมลเบิร์น

